ความดันเลือดทำงานอย่างไร – Wilfred Manzano
Articles Blog

ความดันเลือดทำงานอย่างไร – Wilfred Manzano

September 10, 2019


ถ้าคุณเอาหลอดเลือดทั้งหมดในร่างกาย
มาเรียงต่อกัน จะยาว 95,000 กิโลเมตร ทุก ๆ วัน หลอดเลือดลำเลียง
เลือดกว่า 7,500 ลิตร แม้ว่าอันที่จริงก็คือเลือดจำนวนสี่ห้าลิตร
ที่ไหลเวียนซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น กลูโคส และกรดอะมิโน
ไปยังเนื้อเยื่อในร่างกาย เลือดทั้งหมดนี้
ทำให้เกิดแรงดันต่อผนังกล้ามเนื้อของเส้นเลือด แรงนี้เรียกว่า ความดันเลือด และขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ความดันเลือดพุ่งสูงสุดในช่วงซิสโตลิก (systolic) เมื่อหัวใจบีบตัว
เพื่อดันเลือดไหลผ่านหลอดเลือดแดง นี่คือ ความดันเลือดซิสโตลิก ช่วงที่หัวใจพักระหว่างจังหวะการเต้น ความดันเลือดจะตกลงถึงจุดต่ำสุด
ซึ่งก็คือ ความดันไดแอสโตลิก (diastolic) คนสุขภาพดีทั่วไปมีความดันซิสโตลิก ระหว่าง 90 และ 120 มิลลิเมตรปรอท และความดันไดแอสโตลิก ระหว่าง 60 และ 80 เมื่อรวมเข้าด้วยกัน
ค่าปกติอยู่ที่เกือบ 120/80 เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย ผ่านหลอดเลือดในระบบไหลเวียนโลหิต ในระบบท่อใด ๆ ก็ตาม มีหลายสิ่งที่เพิ่มแรงดันต่อผนังท่อได้ เช่น คุณสมบัติของของเหลว ของเหลวที่เพิ่มขึ้นมา หรือ ท่อที่ตีบแคบ ดังนั้น ถ้าเลือดข้นขึ้น ก็ต้องใช้แรงดันมากขึ้นเพื่อดันเลือด
หัวใจจึงต้องบีบตัวแรงขึ้นตาม อาหารที่มีเกลือสูงทำให้เกิดผลทำนองนี้ เกลือทำให้น้ำคั่งง่ายขึ้น และของเหลวที่เพิ่มขึ้นนี้
เพิ่มปริมาตรเลือดและความดันเลือด และความเครียด
อย่างเช่น การตอบสนองเชิงสู้หรือหนี ทำให้เหลั่งฮอร์โมน เช่น อีพิเนฟริน
และนอร์อิพิเนฟริน ที่ทำให้หลอดเลือดหลักบีบตัว เพิ่มแรงต้านการไหลของเลือด
และเพิ่มความดันสูงต้นทางให้ขึ้น โดยทั่วไปแล้ว หลอดเลือดรับมือ
กับการผันแปรแบบนี้ได้สบาย ๆ เส้นใยยืดหยุ่นในผนังหลอดเลือด
ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นกลับคืนรูปได้ แต่ถ้าความดันเลือดของคุณ
สูงเกิน 140/90 อยู่เสมอ ๆ หรือที่เราเรียกว่า ความดันเลือดสูง
และสูงคงนี้อย่างนั้น จะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงได้ เพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้น
ต่อผนังเส้นเลือด อาจทำให้เกิดรอยแยกเล็ก ๆ เมื่อเนื้อเยื่อที่เสียหายบวมขึ้น สารต่าง ๆ ที่ตอบสนองต่อการอักเสบ เช่น เม็ดเลือดขาว จะรวมตัวรอบ ๆ รอยแตก ไขมันและคอเลสเตอรอลที่ล่องลอยอยู่ในเลือด
ก็จะเกาะที่รอยเหล่านี้ด้วย และพอกเป็นตะกรันไขมันในที่สุด ทำให้ผนังหลอดเลือดแดงด้านในแข็ง
และหนาตัวขึ้น ภาวะเช่นนี้เรียกว่า หลอดเลือดแดงตีบแข็ง และทำให้เกิดผลพวงที่อันตรายตามมาได้ ถ้าตะกรันไขมันแตกออก
ลิ่มเลือดจะก่อตัวบนรอยแตก และอุดตันหลอดเลือดที่แคบอยู่แล้ว ถ้าลิ่มเลือดใหญ่พอ ก็จะอุดกั้นการไหลเวียนออกซิเจนและสารอาหาร
ไปยังเซลล์ต่างๆ อย่างสิ้นเชิง ในเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ภาวะเช่นนี้จะทำให้เกิดหัวใจวาย เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจที่ขาดออกซิเจนเริ่มตาย ถ้าลิ่มเลือดอุดกั้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ก็จะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดในสมอง เส้นเลือดอุดตันจนน่ากลัวแบบนี้ขยายได้ ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า
การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน แพทย์จะแทงสายสวนเข้าทางหลอดเลือด ไปยังตำแหน่งที่อุดตัน จากนั้นจึงใส่บอลลูนแฟบ ๆ เข้าไปทางสายสวน เมื่อเป่าบอลลูนให้พอง
บอลลูนจะดันให้เส้นเลือดเปิดออกเช่นเดิม บางครั้งจะใส่ท่อแข็งๆ ที่เรียกว่า
ขดลวดหลอดเลือด ไว้ในเส้นเลือดเพื่อถ่างให้เปิดออก ให้เลือดไหลได้สะดวก เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ขาดออกซิเจนที่ปลายทาง การคงสภาพยืดหยุ่นภายใต้แรงดัน
เป็นงานหินสำหรับหลอดเลือดแดง ของเหลวที่หลอดเลือดลำเลียงประกอบด้วยสาร ที่อาจหนืดข้นและอุดตัน หัวใจที่แข็งแรงดีทั่วไป
จะเต้นประมาณ 70 ครั้งต่อนาที และอย่างน้อย 2.5 พันล้านครั้ง
ตลอดอายุขัย อาจฟังดูเหมือนกับเป็นแรงกดดัน
อันมหาศาล แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เส้นเลือดแดงของคุณ
พร้อมสำหรับความท้าทายนี้

Only registered users can comment.

  1. งั้นคนที่ชอบกินเค็มก็อาจทำให้ความดันเลือดสูง ?

  2. ชอบมากดูมานานมากดูเพลินสนุกกว้าในห้องเรียนอีกครับ

  3. นี่คือความยิ่งใหญ่แห่งพระเจ้าผู้สร้างโลกนี้ ผู้ทรงเอกะ

  4. อยากรู้ ความกลัวความหวาดระแวงอะครับ
    เกิดจากอะไรเพราะอะไร มีสิ่งใดทำให้เกิดความกลัว สารอะไรบ้าง

  5. เห็นช่อง TEDx talks มีหลายเรื่องน่าสนใจมาก น่าจะเอามาทำ ซับไทยนะครับ

  6. ได้ความรู้เยอะดี🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤💛🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🧡🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤💜💜🖤🖤🖤🖤🖤💜🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤💜💛💛💛💛💛💛

  7. ชอบมากครับ หากพี่ๆเพื่อนๆท่านใดมีความรู้ภาษาอังกฤษอยู่บ้างแล้วรู้สึกว่าอยากดูคลิปดีๆนอกเหนือจากที่ TED Ed Thai ได้ลงไว้ ให้ลองดู TED Ed English ดูนะครับ (เผื่อท่านใดยังไม่รู้น้าาา) ^^

  8. ความดัน 135-140 มาตลอด ตั้งแต่ครั้งแรก จนตอนนี้ มีความเศร้า 555

  9. แมวผมหัวใจเต้นแรงมาก ผมควรทำไงดี ตอนนี้ผมกังวนมาก😭😭😭

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *